คลื๊กลิงค์แนะนำได้เลยค่ะ!

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จักรพันธ์ พิชญพิพัฒน์กุล
ผู้นำด้านการจัดการศึกษา การวิจัย และการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตร เพื่อพัฒนาภาคการเกษตรของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
โทร : 088-782-5397
อีเมล์ :
โทร : 080-000-0000
อีเมล์ :
โทร : 080-000-0000
อีเมล์ :
โทร : 080-000-0000
อีเมล์ :
โทร : 080-000-0000
อีเมล์ :
โทร : 080-000-0000
อีเมล์ :
วิสัยทัศน์
ผู้นำด้านการจัดการศึกษา การวิจัย และการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตร เพื่อพัฒนาภาคการเกษตรของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เป้าหมายของวิสัยทัศน์ คือ การเป็นคณะเกษตรศาสตร์ชั้นนำ อันดับ 1 ของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายในปี 2569
พันธกิจ
1. ผลิตบัณฑิตเกษตรที่มีสมรรถนะและทักษะสูง มุ่งสู่การเป็นผู้ประกอบการ
2. วิจัยและคิดค้นนวัตกรรม เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและในภาคการเกษตรของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
3. การถ่ายทอดองค์ความรู้จากการวิจัยและการคิดค้นนวัตกรรมสู่ภาคการเกษตร เพื่อปรับเปลี่ยนจากการเกษตรแบบดั้งเดิม ไปสู่การเกษตรสมัยใหม่ที่เน้นการบริหารจัดการและเทคโนโลยี และเป็นผู้ประกอบการในภาคการเกษตรที่ขับเคลื่อนด้วยองค์ความรู้และนวัตกรรม
4. สืบสาน หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตร เพื่อการพัฒนาชุมชนและสังคมของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน
5. พัฒนาองค์กรให้เป็นองค์กรที่มีสมรรถนะ บริหารจัดการด้วยระบบสารสนเทศ (IT) เพื่อให้เกิดผลการดำเนินงานที่เป็นเลิศและบุคลากรมีความผูกพัน
ปรัชญา
มุ่งมั่นผลิตกำลังคนด้านการเกษตรที่มีความเชี่ยวชาญทั้งวิชาการ ทักษะ และเทคโนโลยี มุ่งมั่นศึกษาวิจัยเพื่อสร้างสรรค์องค์ความรู้ใหม่สู่การคิดค้นเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาภาคการเกษตรของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
อัตลักษณ์
เมล็ดพันธุ์แห่งปัญญา “Seed of Wisdom”
เอกลักษณ์
“ต้นกล้าทางปัญญา เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน”
บัณฑิตที่พึงประสงค์
“เก่งคิด เก่งปฏิบัติ เก่งเรียนรู้เพื่อต่อยอด”
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จงรัก พลาศัย
นายกสภามหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์
ประวัติคณะเกษตรศาสตร์
วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2548 มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ได้จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พ.ศ. 2548 โดยการหลอมรวมสถาบันการศึกษาที่มีศักยภาพในการพัฒนาในจังหวัดนราธิวาสจำนวน 4 สถาบัน คือ
คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ เป็นคณะเกษตรศาสตร์แห่งแรกของสถาบันอุดมศึกษาในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยในปี พ.ศ.2549 ได้มีประกาศกฎกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การจัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ลงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2549 คณะเกษตรศาสตร์นับเป็นส่วนราชการใหม่ที่ได้จัดตั้งขึ้นพร้อม ๆ กับการจัดตั้งมหาวิทยาลัยฯ ในระยะแรกของการจัดตั้ง มหาวิทยาลัยได้แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานและพัฒนาคณะเกษตรศาสตร์ เพื่อวางแผนกรอบอัตรากำลัง การพัฒนาหลักสูตร และจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาคณะ โดยมีรองศาสตราจารย์ เสาวนิต คูประเสริฐ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของสภามหาวิทยาลัย เป็นประธานกรรมการ และ ดร.จงรัก พลาศัย อธิการบดีในสมัยนั้น เป็นที่ปรึกษา การดำเนินงานในระยะแรกนั้น คณะฯ ได้ขอใช้อาคารโสตทัศนศึกษา ของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนราธิวาส เป็นสำนักงานชั่วคราว คณะเกษตรศาสตร์ อัตรากำลังในระยะแรก คณะฯ ได้มีการบรรจุอาจารย์ประจำ ด้านพืชศาสตร์และสัตว์ศาสตร์จำนวน 6 ท่าน รวมทั้งรับโอนอาจารย์จากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเกษตรเข้ามาเป็นอาจารย์ประจำคณะเกษตรศาสตร์ โดยคณะเกษตรศาสตร์ มีคณบดีที่ได้รับการแต่งตั้งจากสภามหาวิทยาลัย จนถึงปัจจุบัน จำนวน 3 ท่าน ประกอบด้วย อาจารย์มงคล วชิรอำไพ ดำรงตำแหน่งรักษาการคณบดี คณะเกษตรศาสตร์คนแรก ในปี 2550-2557 คนที่สอง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทวี บุญภิรมย์ ดำรงตำแหน่ง คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ พ.ศ 2557-2562 และปัจจุบัน คือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จักรพันธ์ พิชญพิพัฒน์กุล ( 22 กรกฏาคม 2562- ปัจจุบัน)
พ.ศ.2550 - 2557
อาจารย์มงคล วชิรอำไพ
คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ท่านแรก
พ.ศ.2557 - 2562
ผศ. ทวี บุญภิรมย์
พ.ศ.2562 - ปัจจุบัน
ผศ. ดร.จักรพันธ์ พิชญพิพัฒน์กุล
คณะเกษตรศาสตร์ เปิดรับนักศึกษาครั้งแรกในปีการศึกษา 2549 โดยการรับโอนนักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรอุตสาหกรรมบัณฑิต จากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนราธิวาส และเปิดรับผู้ที่จบการศึกษาระดับอนุปริญญาหรือเทียบเท่าจากสถาบันการศึกษาในพื้นที่ เข้ามาศึกษาต่อในหลักสูตร วิทยาศาสตรบัณฑิต (ต่อเนื่อง) หลักสูตรใหม่ พ.ศ.2549 สาขาวิชาเกษตรศาสตร์ และในปี 2551 ได้เปิดรับนักศึกษาในหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเกษตรศาสตร์ หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2551 แบ่งเป็น 2 กลุ่มวิชาคือ กลุ่มวิชา พืชศาสตร์ และสัตวศาสตร์ โดยใช้ทรัพยากร ด้านอาคารสถานที่ ห้องปฏิบัติการ แปลงฝึกปฏิบัติงานของนักศึกษา ของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนราธิวาส ณ บ้านป่าไผ่ ต.ตันหยงลิมอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ตั้งแต่ปี 2549 -2552 รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 4 ปี และในปี พ.ศ. 2552 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จงรัก พลาศัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ในขณะนั้น มีนโยบายให้คณะเกษตรศาสตร์ย้ายจากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี มายังพื้นที่ศูนย์ราชการใหม่ เพื่อเพิ่มโอกาสในการพัฒนา โดยมหาวิทยาลัยได้ขอใช้พื้นที่ดินสาธารณประโยชน์บริเวณทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์บาโงตารง (โคกมะเขือ) บ้านทุ่งกง หมู่ที่ 8 ตำบลโคกเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส จำนวน 156 ไร่ ซึ่งอยู่ติดกับพื้นที่ศูนย์ราชการใหม่เขตโคกเขือ จากกรมที่ดิน เพื่อรองรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและฟาร์มคณะเกษตรศาสตร์ แต่พื้นที่ดังกล่าวมีราษฎรในพื้นที่ได้เข้ามาจับจองเป็นพื้นที่ทำกิน มหาวิทยาลัยจึงได้เข้าทำการเจรจา และชี้แจงวัตถุประสงค์ในการขอใช้พื้นที่กับราษฎร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนหลายรอบจนทำให้ราษฎรบางส่วนยินดียกพื้นที่ให้กับทางมหาวิทยาลัย แต่ยังมีราษฎรบางส่วนที่ยังประสงค์จะเข้าทำกินในพื้นที่จึงได้ทำหนังสือถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงวินิจฉัยให้จัดสรรพื้นที่ให้กับราษฎรสามารถเข้าทำกินจำนวน 20 ไร่ และยกพื้นที่ จำนวน 136 ไร่ ให้มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์เข้าบริหารจัดการ หลังจากที่คณะเกษตรศาสตร์ได้รับนโยบายให้ย้ายมายังพื้นที่ศูนย์ราชการใหม่ เขตโคกเขือ อ.เมือง จ.นราธิวาส ในปี พ.ศ. 2552 คณะผู้บริหารและคณาจารย์ของคณะเกษตรศาสตร์ในขณะนั้นได้เข้าทำการสำรวจและจัดทำแผนพัฒนาพื้นที่ แต่ด้วยสภาพพื้นที่ในขณะนั้นเป็นป่าเสม็ดและป่าสน จึงมีความจำเป็นต้องมีการปรับปรุงพื้นที่ก่อน คณะเกษตรศาสตร์จึงยังไม่พร้อมที่จะย้ายที่ตั้งมายังพื้นที่ดังกล่าวได้ จึงยังใช้พื้นที่ของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนราธิวาส จัดการเรียนการสอนเช่นเดิมก่อนเป็นระยะเวลา 1 ปี หลังจากนั้น ใน พ.ศ. 2553 การปรับพื้นที่เขตศูนย์ราชการใหม่ เขตโคกเขือ เสร็จสมบูรณ์ คณะเกษตรศาสตร์จึงย้ายสำนักงานคณะมายังพื้นที่ศูนย์ราชการใหม่เขตโคกเขือ โดยในระยะแรกได้ขอใช้อาคารปฏิบัติการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ชั้น 3 เป็นที่ตั้งสำนักงานชั่วคราว ต่อมาในวันที่ 25 พฤษภาคม 2554 คณะเกษตรศาสตร์ได้ย้ายสำนักงานคณะฯ อีกครั้ง มาที่ ชั้น 3 อาคารคณะ ศิลปศาสตร์ ต่อมาในปี 2560 มหาวิทยาลัยได้มอบอาคารเรียนสาขาวิชาอิเล็กทรอนิกส์ เขตศูนย์ราชการใหม่ ของวิทยาลัยเทคนิคนราธิวาส ให้กับคณะเกษตรศาสตร์ คณะฯ จึงได้มีการเพิ่มห้องเรียนและห้องปฏิบัติการที่อาคารดังกล่าวเพื่อรองรับการจัดการเรียนการสอนและการวิจัย โดยเริ่มเปิดใช้งานตั้งแต่ปีการศึกษา 2561 เป็นต้นไป

